ทดลองพากย์ Kyokai no Kanata

posted on 04 Feb 2014 22:54 by praemuin directory Entertainment, Asian
สวัสดีค่ะ ไม่ได้เข้ามาอัพเดทนานเลย ทั้งที่ตั้งใจว่าจะกลับมาจริงจังแล้วแท้ๆเชียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดว่าหลังจากเอนทรี่นี้จะอัพเดทมากขึ้นนะคะ ยังไงก็ฝากตัวด้วยค่ะ 
 
สำหรับวันนี้ แพรถือเป็นฤกษ์ดีที่จะกลับมาอัพเดทบล็อกนะคะ ที่ผ่านมามีเรื่องอยากจะมาเล่าในนี้เยอะแยะแต่กลับหาโอกาสดีๆไม่ได้ จู่ๆจะมาเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ก็แอบเขินๆอยู่ค่ะ พอดีวันนี้มีผลงานใหม่ก็เลยเอามาแปะ แล้วก็นับเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับบล็อกในปีนี้ไปด้วยเลย งานชิ้นนั้นก็คือการพากย์เสียงจากอนิเมะเรื่อง Kyokai no Kanata ค่ะ คิดว่าหลายคนน่าจะผ่านตามาบ้างแล้ว สำหรับสาวแว่นจอมซุ่มซ่าม เจ้าของคำพูดติดปาก "不愉快です Fuyukaidesu" มิไรจังนั่นเอง ยังไงก็ลองมาดูกันเลยนะคะ ติชมกันได้เต็มที่เลย แพรขอบอกลากันตรงนี้เลยนะคะ แล้วพบกันเอนทรี่หน้าเร็วๆนี้ค่ะ     
 
 
 

Upside Down in Parallel

posted on 03 May 2013 22:47 by praemuin directory Lifestyle, Travel
 
สวัสดีค่ะ กับเอนทรี่นี้แพรยังงงๆอยู่ ไม่รู้ว่าควรเอาใส่Directoryไหนถึงจะดีนะ? ลองเอาภาพถ่ายฟิล์มที่ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวมาฝึกแต่งเล่นๆ รู้สึกว่ายังต้องฝึกเพิ่มอีกมากเลย 
 
ที่กังวลที่สุดก็คือกลัวว่ารูปจะไม่เข้ากลุ่มกันค่ะ นอกนั้นก็มันสวยรึเปล่า? ดูแล้วตาลายมั้ย? เยอะแยะไปหมดเลย จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่ามันใช้ได้รึเปล่านะ ถ้ายังไงใครที่ผ่านไปผ่านมาดูแล้วรู้สึกยังไงฝากติชมหน่อยนะคะ แพรรู้ตัวว่ายังต้องพัฒนาอีก เพราะงั้นแสดงความเห็นกันเต็มที่เลยนะคะ 
 
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ไว้เจอกันอีกนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คู่กรรมที่รอคอย

posted on 04 Apr 2013 23:59 by praemuin directory Entertainment, Diary
 
สวัสดีตอนเที่ยงคืนค่ะ วันนี้ได้ฤกษ์เปิดบล็อกใหม่ย้ายมาจากบล็อก Would you  like some creme? ที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี เจ้าของบล็อกชื่อแพรนะคะ ส่วนเรื่องแนะนำตัวเพิ่มเติม เรื่องทำไมถึงย้าย หรือเรื่องอื่นๆจะขอยกไว้เล่ากันครั้งหน้าแล้วกันนะคะ เพราะครั้งนี้คิดว่าต้องเล่าหน่อยแล้วล่ะ เกี่ยวกับภาพยนตร์ที่เพิ่งไปดูมาเมื่อตอนกลางวัน คิดว่าหลายคนก็คงไปดูมาแล้ว หรือกำลังอยากไปดู ภาพยนตร์เรื่อง"คู่กรรม"ค่ะ
 
หลังจากเป็นกระแสบนSocial Networkมาระยะนึง เพราะเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ปล่อยออกมามันช่างตราตรึงใจ และแพรเองก็เป็นหนึ่งในคนที่อยากดูมากๆเช่นกันค่ะ คิดเอาไว้แล้วว่าวันแรกที่เข้าคนต้องเต็มโรงแน่ๆ แล้วก็เป็นเรื่องจริง แพรตั้งใจว่าจะดูรอบ 14.50น. ที่Paragon Cineplex ไปถึงก็14.40น. คนต่อคิวซื้อตั๋วยาวคดไปเคี้ยวมา จนนึกว่าจะไม่ได้ดูซะแล้ว โชคดีที่พนักงานคอยแนะนำให้ ทำให้ได้ที่นั่งดีๆในรอบนั้นพอดีค่ะ (ใช้ M-Gen Student ลดเหลือที่นั่งละ 120บาทด้วย)
 
ก่อนที่จะมาดูวันนี้มีคนแอบบอกว่า อย่าหลงเชื่อในTrailerมากไปนะ ระวังหวังเยอะแล้วจะผิดหวัง แล้วแพรก็ได้อ่านรีวิวในบล็อกKc-Eazyworldด้วย ทำให้แอบทำใจไว้ก่อนนิดๆแล้วล่ะ
 
ส่วนตัวแพรเองไม่เคยอ่านบทประพันธ์ต้นฉบับ แต่เคยดูเวอร์ชั่นละครช่อง3 ศรราม-พรชิตา ทำให้รู้เรื่องมาบ้างค่ะ รู้สึกว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์ลำดับความสำคัญหลายๆอย่างผิดไปนะ บางฉากตัดซะเร็ว บางฉากก็ฉายซะนาน อีกอย่างนึงอาจเป็นเพราะการแสดงของตัวละครหลายๆตัวที่แข็งไปหน่อย ทำให้บทพูดสวยๆที่คิดว่าตั้งใจถอดมาจากนวนิยาย(รึเปล่า?)กลายเป็นบทพูดทื่อๆที่สวยแค่ภาษาแต่ขาดอารมณ์ที่จะส่งให้ถึง แล้วก็สกอร์เรื่องที่มีเพลงนึงที่ใช้ทำนองเพลง手紙(Tegami) ของAngela Aki อาจดูส่วนตัวไปหน่อย แต่แพรเคยฟังและรู้ความหมายของเพลง ทำให้เวลาสกอร์นี้ขึ้นทีไรก็มีเนื้อเพลงวนๆอยู่ในหัวขัดอารมณ์ของโกโบริกับอังศุมาลินทุกที เสียดายอุตส่าทำเพลงHidekoออกมาได้ดีมากๆแล้วเชียวนะ 
 
อีกเรื่องที่หงุดหงิดคือคนข้างหลังถีบเบาะทั้งเรื่องเลย ยิ่งฉากที่กำลังพีคๆก็ยิ่งถีบแรง 
 
ก็ยังมีจุดที่ชอบอยู่นะคะ ภาพสวยมากเลยล่ะ ดูใส่ใจรายละเอียดดีจัง  หลายๆฉากที่ดูแล้วประทับใจก็เพราะภาพ ส่วนใหญ่เป็นฉากที่ไม่มีหรือแทบไม่มีบทพูด ถ้าทำบทให้แข็งแรงพอๆกับภาพได้จะเพอร์เฟ็คเลย แล้วก็แอคติ้งของณเดชน์ก็กินใจสุดๆ แพรอินสุดๆเพราะโกโบริแล้วไปสะดุดเล็กๆกับอังศุมาลิน (ไม่ได้ลำเอียงเพราะเป็นพระเอกนะ ชอบริชชี่เพราะน่ารักดีเหมือนกัน แต่อยากให้พัฒนากว่านี้จริงๆ) สุดท้ายแล้วก็ยังมีรอยยิ้ม และเสียน้ำตาเพราะความประทับใจจากเรื่องนี้อยู่ค่ะ
 
ป.ล. นวนิยายปกนี้สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ มี2เวอร์ชั่น แพรอยากได้ปกนี้มากเลยไปหาในงานหนังสือแล้วเจอแต่ปกเก่า กับปกอีกเวอร์ชั่นนึง เดี๋ยวจะลองไปหาตามร้านดู